• feed
  • youtube
  • facebook
  • twitter
  • QRcode
  • Email
Skip to main content
อภิรักษ์ โกษะโยธิน logo อภิรักษ์ โกษะโยธิน
  • หน้าแรก
  • ประเทศไทย 2020
  • มองมุมอภิรักษ์
  • ความเคลื่อนไหว
  • รู้จักอภิรักษ์
  • อัลบั้มภาพ
Home » รู้จักอภิรักษ์

รู้จักอภิรักษ์

ภาพคุณอภิรักษ์

ประวัติ

อภิรักษ์ โกษะโยธิน เกิดเมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2504 ที่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี จึงทำให้เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนแรกในประวัติศาสตร์ที่เกิดในยุคกึ่งพุทธกาล (พ.ศ. 2500) นายอภิรักษ์มีชื่อเล่นว่า "ต้อม" เป็นบุตรคนโตของ นายบุญลักษณ์ โกษะโยธิน และ นางอมรา โกษะโยธิน (สกุลเดิม จามรมาน) มีน้องสาว 1 คนคือ อภิสรา โกษะโยธิน (ทำงานที่ ธนาคารนครหลวงไทย) อภิรักษ์มีพื้นเพเป็นชาวอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เกิดในตระกูลเก่าแก่ของทีนั่น ซึ่งรับราชการทหารมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ปู่ พันโทจมื่นศักดิ์สงคราม รับราชการเป็นทหารมหาดเล็ก ในสมัยรัชกาลที่ 6 และเป็นเจ้าของที่ดินส่วนใหญ่ในอำเภอปากเกร็ด จนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 7 ซึ่งเป็นช่วงวิกฤติเศรษฐกิจของไทย ได้มีการปรับโครงสร้างระบบราชการ ลดคนจากหน่วยงานต่างๆ ลง ปู่จึงลาออกจากราชการ มาเก็บค่าเช่าจากที่ดินและตึกแถว ส่วนปู่ทวด มียศเป็นคุณพระ นามสกุล โกษะโยธิน ที่ปู่ทวดได้รับพระราชทานในสมัยรัชกาลที่ 6 เริ่มพระราชทานนามสกุลให้แก่ผู้ที่รับราชการในสมัยนั้น นามสกุลที่พระราช ทานให้บอกเล่าที่มาของอาชีพการงานของบุคคลนั้น 

เมื่อมาถึงรุ่นพ่อ ซึ่งเป็นคนเดียวที่ทำอาชีพวิศวกร ส่วนลุงและป้าของเขาล้วนแต่รับราชการทหาร ลุง พันเอกพิเศษทำนุ โกษะโยธิน รับราชการเป็นทหารจนเกษียณ ส่วนป้า ร้อยเอกหญิงกานดา โกษะโยธิน ก่อนจะย้ายมาเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เคยเป็นอาจารย์สอนโรงเรียนเตรียมทหาร จนได้ยศร้อยเอกหญิงนำหน้าชื่อมาจนทุกวันนี้ แม่มีอาชีพครู นามสกุลเดิมคือ จามรมาน คนในตระกูลส่วนใหญ่ ล้วนแต่ประกอบอาชีพด้านกฎหมายมาตลอด ทนายความ ผู้พิพากษา กระทรวงยุติธรรม ปู่ของแม่คือ พระยานิติศาสตร์ไพศาล เคยเป็นรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม และเป็นคณบดีคนแรกของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 

ต่อมาแม่ได้ขายที่ดิน นำมาเป็นเงินทุนตั้งโรงเรียน ใช้ชื่อศักดิ์สงครามวิทยา นับเป็นโรงเรียนเอกชนแห่งแรกในย่านปากเกร็ด สอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงชั้นประถมปีที่ 7 แต่เลิกกิจการไปแล้ว ส่วนพ่อและแม่ย้ายครอบครัวมาอยู่แถวสนามบินน้ำ อภิรักษ์เติบโตมาในครอบครัวขนาดเล็ก ที่มีพ่อแม่ เขาและน้องสาวอีกคน ที่ชื่อ "อภิสรา" เรียนจบคณะเศรษฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันทำงานอยู่ที่ธนาคารนครหลวงไทย 

เริ่มเรียนหนังสือครั้งแรกที่โรงเรียนอนุบาลนนทบุรี จากนั้นไปต่อชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดเขมาภิรตารามราชวรวิหาร เป็นโรงเรียนใกล้ๆ บ้าน วัยเด็กของเขามีชีวิตที่อยู่ในกรอบ มีกฎระเบียบเข้มงวด ต้องตื่นตั้งแต่ตี 3 เพื่ออ่านหนังสือจนถึง 6 โมงเช้า จึงนั่งรถเมล์ไปโรงเรียนอภิรักษ์มาจากครอบครัวเรียนดี ทั้งพ่อและตัวเขา ล้วนแต่เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โดยพ่อนั้นเรียนจบวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รับราชการที่กรมชลประทาน ก่อนจะออกมาทำธุรกิจส่วนตัว 

ส่วนอภิรักษ์นั้น พอหลังจากเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ก็เริ่มเที่ยวเตร่ เมื่อเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย สอบติดคณะวิทยาศาสตร์เป็นอันดับสุดท้าย ไม่ได้เรียนแพทย์ หรือวิศวกรตามค่านิยม และเป็นความหวังของพ่อและแม่ "ช่วงสอบเข้าเตรียมอุดมศึกษาเป็นช่วงเข้าวัยรุ่น และเป็นครั้งแรกที่เข้ากรุงเทพฯ ก็เริ่มเที่ยวเตร่ตามประสาวัยรุ่น สมัยนั้น พอสอบเอ็นทรานซ์ติดคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ฯ เป็นคณะที่เลือกอยู่ ในอันดับท้ายๆ ที่บ้านค่อนข้างผิดหวัง เพราะอยากเรียนแพทย์ หรือเป็นวิศวกร ตามค่านิยมในสมัยนั้น" เรียนอยู่ที่คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เพียงปีเดียวอภิรักษ์ตัดสินใจสอบเอ็นทรานซ์ใหม่ และด้วยความที่อยากใช้ชีวิตอิสระ และป้าเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่นั่น คราวนี้เขาเลือกมหาวิทยาลัยเชียงใหม่หมดทั้ง 6 อันดับ อภิรักษ์สอบติดคณะเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นอันดับสุดท้าย เลือกเรียนสาขาวิชา วิทยาศาสตร์อาหาร (Food Science and Technology) ในปี 2522 เป็นช่วงที่รัฐบาลส่งเสริมด้านอุตสาหกรรมเกษตร มีโครงการหลวง โครงการของสำนักงานทรัพย์สินฯ สนับสนุนให้คนเรียนด้านอุตสาหกรรมเกษตร

สำหรับอภิรักษ์แล้ว การใช้ชีวิตอิสระ และรับผิดชอบตัวเอง ทำกิจกรรม เล่นกีฬา เป็นประธานชมรมกรีฑา แตกต่างไปจากการใช้ชีวิตในวัยเด็กที่ต้องอยู่ในกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดของครอบครัว เป็นความประทับใจที่มีอิทธิพลต่อรูปแบบการใช้ชีวิต และนิสัยของเขาในเวลาต่อมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงานหรือชีวิตครอบครัว "สมัยเรียนมัธยม เรียนอย่างเดียว กิจกรรมไม่ได้ทำ กีฬาไม่ได้เล่น คราวนี้มาเป็นประธานชมรมกรีฑา เป็นนักกีฬามหาวิทยาลัย เรียนแค่ให้สอบผ่าน บางวิชาไม่ได้เรียน ก็ท่องหนังสือตั้งแต่ 6 โมง เย็นถึง 6 โมงเช้า อาศัยว่าความ จำดี" อภิรักษ์เล่าถึงช่วงเวลานี้อย่างมีความสุข และที่นี่ อภิรักษ์พบรักกับปฏิมา นามสกุลเดิม พงศ์พฤกษฑล ที่แต่งงานกันมา 18 ปี ปฏิมาเป็นรุ่นน้องต่างคณะ ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เรียนจบคณะบัญชี เคยทำงานเป็น Auditor อยู่ที่บริษัท KPMG พักใหญ่ จนเมื่อแต่งงาน และมีลูก จึงลาออกมาใช้ชีวิตแม่บ้านอย่างเดียวมา 13 ปีแล้ว ด้วยความผูกพันกับชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย อภิรักษ์และภรรยา เลือกบินไปพักผ่อนที่เชียงใหม่เป็นประจำ นอกจากซื้อรถยนต์โตโยต้า รุ่น camry ไว้ใช้งาน เขายังซื้อที่ดินไว้ 2 ไร่ ในหมู่บ้านจัดสรร เพื่อเตรียมปลูกบ้านไว้พักผ่อน ซึ่งเป็นที่ดินเพียงไม่กี่ผืนที่เขาลงทุนซื้อ

หลังเรียนจบในปี 2526 แทนที่จะเลือกทำงานในโรงงานผลิตอาหารแปรรูปตามสาขาวิชาที่เรียนมา เหมือนกับเพื่อนฝูงส่วนใหญ่ แต่เขากลับเลือกเริ่มงานกับพิซซ่าฮัท ซึ่งเป็น 1 ในธุรกิจ fast food เพิ่งเข้ามาบุกเบิกธุรกิจในไทย ใหม่ๆ "ตอนนั้นได้งาน 2-3 แห่ง มีทั้งโรงงาน และพิซซ่าฮัทด้วย ถ้าไปทำโรงงานก็ต้องทำงานรูทีน ส่วนพิซซ่าฮัทเป็นธุรกิจแนวโน้มใหม่ที่เพิ่งเริ่มในไทย มองแล้วน่าสนใจมากกว่า ก็เลยเลือกพิซซ่าฮัท" อภิรักษ์เริ่มงานในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการฝึกหัด (Management Trainee) เข้าถึงผู้บริโภค อันเป็นกลไกของกลยุทธ์การตลาด และทำให้เขายึดอาชีพนี้มาตลอด ทั้งที่ไม่ได้จบมาทางด้านนี้ "ตรงนี้ช่วยผมในการทำงานมาตลอดชีวิต เพราะต้องลงไปสัมผัสจริง ทำให้เข้าใจว่า คนที่เขาทำงาน วิธีคิดเขาเป็นอย่างไร" ทำงานอยู่พิซซ่าฮัทได้ 6 เดือน เริ่มคิดไปเรียนต่อต่างประเทศ เพื่อนส่วนใหญ่เริ่มเรียนต่อต่างประเทศ อภิรักษ์สมัครสอบเข้า UCLA ได้ แต่ฐานะทางบ้านไม่พร้อม เขาจึงเบนเข็มมาเลือกเรียน MBA สถาบันพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า สาขาการตลาด ในยุคนั้นยังไม่มีผู้นิยมเรียนสาขานี้มากนัก การเข้าสู่รั้วนิด้าครั้งนี้เขามุ่งไปที่การทำกิจกรรมเป็นประธานนักศึกษาของคณะบริหารธุรกิจ และเป็นประธานชมรมบริหารธุรกิจ ดูแลการจัดกิจกรรมทั้งหมด ทำกรณีศึกษาของโค้ก และเป๊ปซี่ มีโอกาสสัมภาษณ์ผู้บริหารอย่าง สุเทพ เลาหวัฒนะ ร่วมจัดงานประกวดโฆษณาแทคอวอร์ด ทำให้เขาเริ่มรู้จักคนในแวดวงโฆษณามากมาย คุณต่อ สันติศิริ เพิ่งจบจากอังกฤษ ทำโฆษณากรีนสปอต ประสบการณ์เหล่านี้เป็นจุดเปลี่ยนอาชีพเข้าสู่เอเยนซี่โฆษณาอยู่หลายปี และเป็นการเรียนรู้งานแนวกว้าง ลูกค้าเป็นกลยุทธ์การตลาดในอีกแง่มุม ในปี 2530 ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต เพราะนอกจากตัดสินใจเริ่มงานใหม่ย้ายจาก Lintas Worldwide ไปร่วมบุกเบิกบริษัท Damask Advertising ยังเป็นปีที่เขาแต่งงานกับภรรยาที่รักมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หลังแต่งงาน อภิรักษ์แยกครอบครัวมาซื้อบ้านหลังแรก ในย่านบางบัวทอง แต่พอเริ่มงานที่เป๊ปซี่ เขาย้ายมาอยู่บ้านหลังที่สอง ซึ่งเป็นทาวน์เฮาส์ในย่านประชานิเวศน์ ก่อนจะย้ายมาใช้ชีวิตอยู่บนคอนโดมิเนียม ในช่วงทำงานที่จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่

ช่วงทำงานที่เป๊ปซี่ นับว่าสร้างประสบการณ์และชื่อเสียงให้กับอภิรักษ์ ยังเพิ่มพูนทักษะด้านภาษาอังกฤษที่อภิรักษ์ต้องใช้อย่างเต็มที่ ต้องเดินทางไป มาระหว่างบริษัทแม่ที่นิวยอร์กและสำนักงานภูมิภาค และเป็นความรู้ติดตัวที่สร้าง ความมั่นใจให้กับเขาในการแสวงหาโอกาสใหม่ๆ สำหรับการเป็นมืออาชีพในช่วงถัดมา "10 กว่าปีที่อยู่ ไม่เคยใช้ภาษาไทย ทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษ เรียกว่า กิน อยู่หลับ นอน เป็นฝรั่ง ช่วงหลังเขียนภาษาไทยไม่ได้เลย มาเริ่มอ่านหนังสือภาษาไทยอีกทีตอนที่มาทำงานแกรมมี่" ประสบการณ์และความสำเร็จที่ได้จากเป๊ปซี่ โดยเฉพาะการบุกเบิกฟิโตเลย์ ที่เขา เริ่มต้นธุรกิจ สามารถวาง business model ที่ทำอย่างเห็นผล ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับอภิรักษ์ ในการบุกเบิกหรือสร้างสิ่งใหม่ที่เป็นแนวโน้มในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นจีเอ็ม เอ็ม แกรมมี่ รวมถึงทีเอ ออเร้นจ์ เป็นที่ล่าสุด

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ได้ชื่อว่าเป็นนักการตลาดฝีมือดีคนหนึ่งของไทย ประสบการณ์ทำงานในบริษัทข้ามชาติในธุรกิจอาหาร และเครื่องดื่มกับเอเยนซี่ เป็นหลักประกันเรื่องความสามารถแบบมืออาชีพได้ดี บริษัทฟริโต-เลย์ ประเทศไทย เจ้าของมันทอด เลย์ ที่ติดตลาดไทย เป็นแห่งสุดท้ายที่เขาทำงานในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ก่อนที่จะออกมาอยู่ แกรมมี่ ตามคำชักชวนของ “อากู๋” นายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ตั้งแต่ปี 2543 การทำงานในแกรมมี่ของนายอภิรักษ์ ดูจะทำให้ภาพลักษณ์ของธุรกิจบันเทิง มีความเป็นมืออาชีพ และเปิดกว้างขึ้น แม้ก่อนหน้านี้จะมีคนนอกอย่างนายวิสิฐ ตันติสุนทร จาก เอไอเอที่เข้าแกรมมี่พร้อมกับนโยบาย “โก อินเตอร์” ถูกส่งไปดูแลธุรกิจของแกรมมี่ในไต้หวันแต่เพียง 2 ปีก็ลาออกไปเป็นเลขาธิการกบข. ทิ้งให้งานที่ไต้หวันลดระดับความแรง และค่อยๆ เงียบไป 

นายอภิรักษ์เป็น “คนนอก” อีกคนที่ดูแล้วนายอภิรักษ์น่าจะช่วยให้ความฝันก้าวต่อไปของแกรมมี่ประสบผลได้ และความเป็นสากลของเขาที่ทำมาโดยตอด โดยเฉพาะที่เป๊ปซี่-โคล่า และฟริโต-เลย์ น่าจะทำให้แกรมมี่ดูเปิดกว้างมากขึ้น ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม อาจต่างจากการขายเทปเพลง และศิลปิน แต่ตลาดวัยรุ่น และการจับความต้องการของลูกค้าในแง่ของความบันเทิงน่าจะพอนำมาประยุกต์ใช้ได้ในแกรมมี่ การบริหารงานของนายอภิรักษ์ใน แกรมมี่ ทำได้เพียง 2 ปี 3 เดือน ก็ประกาศลาออก อย่างเป็นทางการมาก ผู้บริหารแกรมมี่รุ่นก่อตั้งมากันเกือบครบองค์ประชุม เพื่อร่วมเป็นพยานแถลงปรับโครงสร้าง และไปอยู่บริษัท ทีเอออเร้นจ์ ของนายอภิรักษ์ นายไพบูลย์บอกว่าต้องเจรจากันถึง 3 ครั้ง ก่อนตัดสินใจยอมให้ประธานแกรมมี่คนนี้ลาออก การไปอยู่ในบริษัท ทีเอ ออเร้นจ์ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2545 ของนายอภิรักษ์ในตำแหน่ง Co-CEO คู่กับนายศุภชัย เจียรวนนท์ 

นายอภิรักษ์ สมรสกับ นางปฏิมา โกษะโยธิน (สกุลเดิม พงศ์พฤกษทล) มีบุตรชายด้วยกัน 1 คน คือ อนรรฆ โกษะโยธิน (พี) นายอภิรักษ์มีฉายาจากสื่อมวลชนว่า "หล่อเล็ก" คู่กับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีฉายาว่า "หล่อใหญ่" และต่อมามีนักการเมืองพรรคเดียวกันได้รับฉายาทำนองนี้อีกเช่น นายกรณ์ จาติกวณิช รองเลขาธิการพรรคที่ได้รับฉายา "หล่อโย่ง" และ ม.ล.อภิมงคล โสณกุล รองโฆษกพรรคที่มีฉายาว่า "หล่อจิ๋ว"

นายอภิรักษ์เคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารระดับสูงในองค์กรธุรกิจหลายแห่ง ก่อนที่จะเข้าสู่วงการเมือง เริ่มจากการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในนาม พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปี พ.ศ. 2547 การลงคะแนนเลือกตั้งมีขึ้นในวันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2547 และ คณะกรรมการการเลือกตั้ง มีมติเป็นเอกฉันท์ ประกาศให้ นายอภิรักษ์ เป็น ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2547 หลังได้รับตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ต่อมานายอภิรักษ์ได้รับเลือกตั้งให้เป็น รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2548

ขณะออกรายการ ตอบโจทย์ ทางไทยพีบีเอสชี้แจงถึงการยุติการทำหน้าที่ผู้ว่าฯในวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2551 นายอภิรักษ์ได้ยุติการทำหน้าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครชั่วคราว พร้อมกับได้ตั้ง ดร.วัลลภ สุวรรณดี รองผู้ว่าฯ รักษาการแทน เนื่องจากคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) แจ้งข้อกล่าวหาว่ามีความผิดกรณีซื้อรถดับเพลิงและเรือดับเพลิง ทั้ง ๆ ที่เป็นเพียงการแจ้งข้อกล่าวหาเท่านั้น ยังไม่ได้เป็นการชี้มูลความผิดหรือส่งเรื่องขึ้นสู่การพิจารณาคดีของศาลแล้ว[1] และในวันที่ 12 เมษายน ปีเดียวกัน ได้กลับมาทำงานอีกครั้งเนื่องจากครบวาระการพักงาน โดยเริ่มงานแรกคือ การสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ ที่ท้องสนามหลวง เนื่องในงานเทศกาลสงกรานต์ของกรุงเทพมหานคร

ประวัติการศึกษา

  • นายอภิรักษ์เริ่มเข้าเรียนครั้งแรก ที่โรงเรียนอนุบาลนนทบุรี 
  • มัธยมศึกษาตอนต้น : โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม 
  • มัธยมศึกษาตอนปลาย : โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา 
  • ปริญญาตรี : คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เรียนได้ 1 ปี แล้วตัดสินใจลาออกมาสอบเอ็นทรานซ์ใหม่) 
    วิทยาศาสตร์บัณฑิต (วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2526 (รุ่นเดียวกับ นายยงยุทธ ติยะไพรัช) 
  • ปริญญาโท : พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิตทางบริหารธุรกิจ (การบริหารการตลาด) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ 
  • หลักสูตรฝึกอบรมสำหรับนักบริหาร (Executive education) มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด สาขาการจัดการชั้นสูง (Advanced Management Program) พ.ศ. 2541 

เกียรติประวัติ

  • ศิษย์เก่าดีเด่น สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ปี พ.ศ. 2542 
  • ศิษย์เก่าดีเด่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2543

เกี่ยวกับตระกูลนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน

ตระกูลโกษะโยธิน สืบเชื้อสายมาจาก หลวงพินิจปรีชา (คลัง) โดยนามสกุล “โกษะโยธิน” หรือ "Kosayodhin" เป็นนามสกุลพระราชทานลำดับที่ 2962 ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 และเนื่องจากเป็นสกุลทหารบก จึงมีคำว่า "โยธิน" ประกอบในนามสกุล

นายอภิรักษ์มีปู่คือ พันโทจมื่นศักดิ์สงคราม (นายร้อยเอกนายไกรพลแสน) รับราชการในกรมทหารรักษาวังของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และเป็นเจ้าของที่ดินส่วนใหญ่ ในอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 7 เกิดวิกฤติเศรษฐกิจทำให้ต้องมีการปรับโครงสร้างระบบราชการ เพื่อลดจำนวนคนจากหน่วยงานต่างๆ ลง ปู่จึงลาออกจากราชการ มาเก็บค่าเช่าจากที่ดินและตึก

รุ่นถัดมาคือบิดาของนายอภิรักษ์ ที่เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และเรียนจบวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยรับราชการ ที่กรมชลประทาน ก่อนจะออกมาทำธุรกิจส่วนตัว ในขณะที่ลุงของนายอภิรักษ์คือ พันเอกพิเศษทำนุ โกษะโยธิน รับราชการเป็นทหารจนเกษียณอายุ ส่วนป้า ของนายอภิรักษ์ คือ ร้อยเอกหญิงกานดา โกษะโยธิน เคยเป็นอาจารย์ในโรงเรียนเตรียมทหารจนได้ยศร้อยเอกหญิงนำหน้าชื่อ ก่อนจะย้ายไปเป็นอาจารย์ที่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ส่วนทางตระกูลจามรมานของมารดานายอภิรักษ์ มีต้นตระกูลคือ พระยานิติศาสตร์ไพศาล ที่เป็น อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และเป็น คณบดีคนแรกของ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

เกร็ดข้อมูล

  • นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน เริ่มได้รับฉายาว่า "หล่อเล็ก" ในช่วงการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพในปี พ.ศ. 2547 
  • ในการรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในปี พ.ศ. 2547 นั้น นายอภิรักษ์จับได้เบอร์ 1 
  • นายอภิรักษ์ ใช้แคมเปญในการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ว่า "กรุงเทพ 360 องศา" 
  • นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน จัดรายการ "พบผู้ว่า กทม." เป็นประจำทุกวันพุธ เวลา 20.00 - 21.00 น. ทางคลื่นวิทยุ จส.100 โดยเปิดสายให้ผู้ฟังโทรเข้าไปพูดคุยได้ สามารถรับฟังได้ทางอินเทอร์เน็ต เว็บไซต์จส.100
Tags:
  • 1061 reads

Twitter

youtube

รวมลิงค์

  • พรรคประชาธิปปัตย์
  • นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
  • เดินหน้าประเทศไทย
  • รัฐบาลไทย
  • Asian Knowledge Institute
  • หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
  • เพลงอัลบั้ม สร้างอนาคตไทย ด้วยใจ ด้วยกัน

อัลบั้มภาพ

ร่วมงานกับอภิรักษ์ / อาสาสมัคร

มุมหนังสือ

  • อภิรักษ์ โกษะโยธิน : ความฝัน ความมุ่งมั่น และชีวิตที่เลือกได้
  • บันทึกผู้ว่าฯ อภิรักษ์ โกษะโยธิน
  • the Next Asia: Opportunities and Challenges for a New Globalization
  • What the Dog Saw: And Other Adventures
  • Outliers
  • A day Bulletin - issue 123
  • The Tipping Point: How Little Things Can Make a Big Difference
  • สร้างเมืองไทยให้น่าอยู่ใน999วัน
  • Blink: The Power of Thinking Without Thinking
เนื้อหาในเว็บไซต์นี้ใช้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา 3.0 ประเทศไทย สามารถทำซ้ำดัดแปลงและเผยแพร่ต่อได้ โดยไม่ต้องขออนุญาต ตราบเท่าที่ระบุว่ามาจากเว็บไซต์แห่งนี้